ทุก 1 ปีมีผู้ป่วยเบาหวานถูกตัดเท้าถึง 1 ล้านเท้า !!!

ในประเทศไทยเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศที่มีอัตราความเสี่ยงสูงของโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับประเทศในแถบแอฟริกา แปซิฟิกตะวันตก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยที่น่าเป็นห่วงคือคนไทยเสียชีวิตจากโรคเบาหวานมากถึง 200 รายต่อวัน นอกจากนี้ยังพบว่า 1 ใน 11 คนไทยที่อายุ 15 ปีขึ้นไป ป่วยเป็นโรคเบาหวานประมาณ 5 ล้านคน ส่วนใหญ่ก็เป็นผลมาจากการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่หวานจัดมันจัด

         โอ้แม่เจ้า!! ได้ฟังอย่างนี้คงทำเอาหลายๆ คนสะดุ้งโหยงกันเป็นแถบๆ แต่นี่คือเรื่องจริง เพราะมันคือสถิติจริงจากข้อมูลของสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ แต่อย่าเพิ่งตกใจจนสติกระเจิดกระเจิงกันไป แม้ว่าจะมีผู้ป่วยเบาหวานหลายคนที่ถูกตัดเท้าหรือตัดขา แต่ก็ใช่ว่าผู้ป่วยทุกคนที่เป็นแผลเบาหวานแล้วจะถูกตัดเท้าหรือขาเสมอไป เพราะแผลเหล่านี้มีโอกาสรักษาให้หายได้ แต่จะดีที่สุดหากเลือกที่จะป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้น 

เบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่มีความรุนแรง ซึ่งในปี 2546 มีผู้ป่วยเบาหวานทั่วโลกประมาณ 194 ล้านคน ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 333 ล้านคนในปี 2568 เนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยชอบออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่ไม่ถูกหลัก ซึ่งสหพันธ์เบาหวานนานาชาติได้มีการคาดการณ์ว่า ในอีกประมาณ 19 ปีข้างหน้า หรือปี 2583 ประเทศไทยจะมีผู้ป่วยเบาหวานสูงถึง 5.3 ล้านคน ซึ่งในปัจจุบันมีรายงานว่าในกลุ่มประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป ป่วยเป็นโรคเบาหวานสูงถึง 4.8 ล้านคน ซึ่งในกลุ่มนี้มีผู้ป่วยมากกว่า 2 ล้านคนที่ยังไม่ทราบว่าตนเองป่วยหรือยังไม่ได้รับการตรวจ

ทำความรู้จักกับ #เบาหวาน

        โรคเบาหวานมันไม่ได้หอมหวานเหมือนกับชื่อ อย่าคิดไปล้อไปแซวคนที่อ้วนว่าจะต้องเป็นเบาหวานเท่านั้น จริงๆ คนผอมก็สามารถเป็นได้ ถ้าเข้าใจผิดก็เข้าใจกันใหม่เสียด้วย

        โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่มีการผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอหรือร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลให้อวัยวะเสื่อมสมรรถภาพและทำงานล้มเหลว  

        ในประเทศไทยเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศที่มีอัตราความเสี่ยงสูงของโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับประเทศในแถบแอฟริกา แปซิฟิกตะวันตก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยที่น่าเป็นห่วงคือคนไทยเสียชีวิตจากโรคเบาหวานมากถึง 200 รายต่อวัน นอกจากนี้ยังพบว่า 1 ใน 11 คนไทยที่อายุ 15 ปีขึ้นไป ป่วยเป็นโรคเบาหวานประมาณ 5 ล้านคน ส่วนใหญ่ก็เป็นผลมาจากการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่หวานจัดมันจัด

“ชานมไม่มุก” อร่อยปากแต่ลำบากสุขภาพ

 

           เครื่องดื่มชานมไข่มุกไม่เคยตกยุคเลยเอาจริงๆ  จากครั้งหนึ่งเคยเป็นกระแสฟีเวอร์ แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นไลฟ์สไตล์เวอร์ๆ ที่หลายคนชื่นชอบรสชาติ หรือรสนิยม หรือติดแบรนด์ดังอะไรก็แล้วแต่ เชื่อว่ามีไม่น้อยที่ต้องกินทุกวัน วันไหนไม่ได้กินเหมือนชีวิตนี้ขาดอะไรไป ว่ากันขนาดนั้นเลย

          กรมอนามัยต้องออกมาเตือน หากกินเป็นประจำอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และนำไปสู่การเป็นโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ และหลอดเลือดได้ เนื่องจากชานมไข่มุกส่วนใหญ่เป็นการเติมน้ำตาล น้ำเชื่อม นมผง ครีมเทียม และไข่มุกลงในชา ซึ่งทำให้ได้พลังงานมากขึ้นกว่าน้ำชาทั่วไปมาก

          ข้อมูลทางโภชนาการระบุว่า ชานมไข่มุก 1 แก้ว ให้พลังงานประมาณ 240-360 กิโลแคลอรี โดยร่างกายจะได้รับคาร์โบไฮเดรต 45-62 กรัม ไขมัน 0-14 กรัม โปรตีน 0.4-2 กรัม ความแตกต่างของพลังงานและสารอาหารขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำตาลหรือน้ำเชื่อม ไข่มุก นมผง และครีมเทียมที่ใส่ลงไป

          ไข่มุกที่ใส่อยู่ในชานมผลิตมาจากแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งจัดอยู่ในอาหารหมวดเดียวกับแป้งและน้ำตาล โดยไข่มุก 30 กรัมจะให้พลังงาน 100 กิโลแคลอรี ซึ่งพลังงานที่ได้จากการดื่มชานมไข่มุก 1 แก้วโดยประมาณ ใกล้เคียงกับการกินก๋วยเตี๋ยว 1 ชาม หรือเท่ากับข้าวประมาณ 3-4 ทัพพ

กินหวานเกินไปอันตรายไม่รู้ตัว

          จากกรณีข่าวดังในโซเชียลมีเดีย ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้เล่าถึงภัยร้ายที่เกิดขึ้นกับน้องสาวของเธอ ที่ต้องล้มป่วยเข้าโรงพยาบาลจากการที่ชอบกินอาหารและเครื่องดื่มรสหวานจัดเป็นประจำ โดยเธอเล่าว่าน้องสาวอายุ 30 ปี ก่อนหน้านี้ก็ไม่มีอาการป่วยใดๆ กระทั่งวันหนึ่งรู้สึกคลื่นไส้ อาเจียนเป็นน้ำสีน้ำตาลเกือบดำ หายใจหอบเร็ว เหงื่อท่วมตัว ครอบครัวต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล ถ้าวันนั้นไปไม่ทันก็คงไม่รอด เมื่อเข้ารับการรักษาทุกอย่างเริ่มทรุดลง ภาวะแทรกซ้อนเริ่มเยอะขึ้น นาทีชีวิตที่หมอเดินมาบอกครอบครัวว่าอาการน่าเป็นห่วง น้องสาวคงไม่รู้ตัวว่าเป็นเบาหวาน เพราะน้ำตาลขึ้นสูงทะลุ 500 กว่า ส่งผลให้เลือดเป็นกรด ปอดทำงานหนัก  

         หมอต้องสอดท่อช่วยหายใจ 4 ครั้ง ต้องฉีดยานอนหลับทุกชั่วโมงเพื่อพักปอด เจาะวัดน้ำตาลทุกชั่วโมงจนนิ้วพรุน เจาะให้น้ำเกลือจนไม่มีที่จะเจาะ ต้องย้ายมาเจาะที่เส้นเลือดใหญ่ตรงคอ ห้อยถุงน้ำเกลือ ยาฆ่าเชื้อนับได้ 6 ถุง สอดสายท่อปัสสาวะ สายอะไรบ้างไม่รู้ระโยงระยางเต็มเตียง เธอได้ย้ำเตือนให้เป็นอุทาหรณ์ไว้เลย ใครที่ชอบกินหวานจัด ดื่มน้ำอัดลม กินชานมไข่มุก กินกาแฟใส่ครีม น้ำตาล นมข้นเยอะๆ ระวังไว้ให้ดี!!!

          

          หากมีอาการเหล่านี้ก็อย่าชะล่าใจ คิดว่าไม่เป็นอะไรเดี๋ยวก็หาย ขอโปรดหยุดความคิดนั้นแล้วควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพราะบางครั้งกว่าจะเกิดอาการเหล่านี้ ระดับน้ำตาลในเลือดก็อาจสูงเกินไปแล้ว ทางที่ดีควรหมั่นตรวจสุขภาพและตรวจระดับน้ำตาลในเลือดอยู่เสมอ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน ได้แก่ผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน ผู้ที่มีคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคเบาหวาน ผู้ที่ไม่ชอบออกกำลังกาย ผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูง และผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดผิดปกติ

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นเบาหวาน

รับประทานอาหารอย่างเหมาะสมตามหลักโภชนาการในปริมาณที่พอดีกับที่ร่างกายต้องการ  

– ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้เคียงกับคนปกติให้มากที่สุด

– ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หรือควรมีการขยับเขยื้อนร่างกายบ้าง เช่น เดินขึ้นลงบันได  

– หมั่นตรวจน้ำตาลด้วยตนเอง เพื่อให้ทราบระดับน้ำตาลในเลือด

– พบแพทย์ตามนัด และรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง

          แต่นวัตกรรมทางการแพทย์ในปัจจุบัน ผู้ป่วยเบาหวานสามารถเบาใจได้อีกขั้นกับทางเลือกใหม่ในการดูแลรักษา ซึ่งเป็นการให้วิตามินและสารอาหารทางหลอดเลือด จะเป็นสูตรในการช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเลือด ลดคราบตะกรัน เพื่อช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง ช่วยทำให้เซลล์สามารถนำน้ำตาลเก็บเข้าไปใช้ในการสร้างพลังงานได้มากขึ้น และช่วยไปเสริมการทำงานของตับอ่อนให้ทำงานได้ดีขึ้น  

UM Diabetes Maintain คืออะไร?

       UM Diabetes Maintain คือโปรแกรมเบาหวานก็เบาใจได้ เป็นสูตรวิตามินที่มีความเข้มข้นพิเศษของทาง UM Clinic จะช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด เผาผลาญแป้งและน้ำตาล ลดไตรกลีเซอไรด์ไขมันในเลือด และไขมันเกาะตับ ทำให้หลอดเลือดที่อาจจะมีคราบตะกรันและคราบน้ำตาลเกาะเยอะจากการที่มีน้ำตาลสะสมสูงหลุดลอกออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยวิตามินบำบัดสูตรเข้มข้นพิเศษนี้ จะใช้เวลาประมาณ 45-60 นาที และควรทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์

ลลัพธ์หลังทำ UM Diabetes Maintain  

– ช่วยในการกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกายให้กลับมาทำงานได้ดีมากขึ้น

– ช่วยลดปริมาณน้ำตาลและไขมันในเลือด ไขมันเกาะตับ และไขมันเลวในอวัยวะส่วนอื่นๆ

– ช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถที่จะกลับมาใช้ชีวิตได้ง่ายมากขึ้น